บทที่ 2 ธรณีภาค
ทฤษฎีการแปรสัณฐานแผ่ นธรณีภาค ( Plate tectonic ) หมายถึง ทฤษฎีที่ใช้ อธิบายถึงกําเนิดของแผ่นดิน
มหาสมุทร และ สิง่ มีชีวิตที่ตายทับถมอยูใ่ นหินบนเปลือกโลก
แผ่ นธรณีภาคและการเคลื่อนที่
ดร.อัลเฟรด เอเกเนอร์ ตังสมมติ
้
ฐานว่า ผืนแผ่นดินทังหมดบนโลก
้
เดิมเป็ นแผ่นดินเดียวกัน เรี ยก พันเจีย
( Pangaea - ภาษากรี ก แปลว่า แผ่นดินทังหมด
้
)
ลอเรเซียทางตอนเหนือ - ออสเตรเลีย
พันเจีย
กอนด์วานาทางตอนใต้ - อินเดีย
- อเมริกาใต้
- แอฟริ กา
หลักฐานและข้ อมูลทางธรณีภาค
ทวีปต่าง ๆ ในปั จจุบนั เดิมเป็ นแผ่นดินผืนเดียวกัน แล้ วค่อย ๆ แยกจากกัน เนื่องจากค้ นพบซาก
ดึกดําบรรพ์ของพืช และ สัตว์ชนิดเดียวกัน และ อายุเดียวกันในทวีปต่าง ๆ ที่อยูห่ ่างไกลกัน
รอยต่ อของแผ่ นธรณีภาค
รูปร่างของทวีปต่าง ๆ ในอดีต เป็ นดังภาพ
แนวขอบของทวีปตาง ๆ ในปั จจุบนั เป็ นดังภาพ
10
แนวขอบของทวีปต่าง ๆ ในปั จจุบนั
ที่คดิ ว่าเคยต่อเชื่อมเป็ นผืนเดียวกัน
หลักฐานที่แสดงว่ าอดีตแผ่ นธรณีภาคต่ าง ๆ เป็ นแผ่ นเดียวกัน
1. รอยแยกของแผ่ นธรณีภาคและอายุหนิ บนเทือกเขากลางมหาสมุทร
เทือกเขากลางมหาสมุทรแอตแลนติก มีรอยแตกมากมาย ซึง่ เป็ นศูนย์กลางของการเกิดแผ่นดินไหวและ
ภูเขาไฟระเบิด
2. อายุของหินบนเทือกเขากลางมหาสมุทร
ต่อมามีการพบหินบะซอลต์ที่บริเวณร่องลึกของเทือกเขากลางมหาสมุทรแอตแลนติก และ พบว่าหิน
บะซอลต์ที่อยูไ่ กลจากรอยแยกมีอายุมากกว่าหินบะซอลต์ที่อยูใ่ กล้ รอยแยก
รอยแยกเกิดจากแผ่นดินเกิดการเคลื่อนตัวอย่างช้ า
ทําให้ แมกมาใต้ แผ่นธรณีภาคใต้ มหาสมุทรถูกดัน
ขึ ้นมาตรงรอยแยก และ แข็งตัวเป็ นหินบะซอลต์ ทําให้ ตรงกลางรอยแยกเกิดหินบะซอลต์ใหม่เรื่ อย ๆ
3. ซากดึกดําบรรพ์
3.1 ซากดึกดําบรรพ์ของเฟิ ร์นชนิดหนึง่ ชื่อ กลอสชอพเทอรส ( Glossopteris ) ที่ทวีปอินเดีย
อเมริกาใต้ แอฟริกา ออสเตรเลีย และ แอนตาร์ กติก
3.2 ซากดึกดําบรรพ์ของสัตว์เลื ้อยคลาน ชื่อ มีโซซอรั ส ( Mesosaurus ) อยูบ่ ริ เวณส่วนล่างของ
ทวีปแอฟริกา และ อเมริ กาใต้
4. หลักฐานอื่น ๆ
11
4.1 หลักฐานจากการเปลีย่ นแปลงของอากาศ ที่ทําให้ เกิดการสะสมตัวของตะกอนในบริเวณ
ต่างๆ ของโลก เช่น หินที่เกิดจากตะกอนธารนํ ้าแข็ง ที่พบบริเวณชายทะเลทางตอนใต้ ของแอฟริ กาและอินเดีย
4.2 สนามแม่เหล็กโลกโบราณ ( Paleomagnetism ) ในอดีตเหล็กที่เกิดปนอยูก่ บั แร่อื่น ๆ มีการ
ต่อมามีการแข็งตัวของหินเหล็กนันจะมี
้
เรี ยงตัวในรูปแบบที่เกิดจากการเหนี่ยวนําของสนามแม่เหล็กโลก
คุณสมบัตคิ ล้ ายเข็มทิศที่ถกู เก็บฝั งอยูใ่ นเนื ้อหิน ซึง่ สามารถนํามาคํานวณหาตําแหน่งดัง่ เดิมของพื ้นที่ในอดีต เพื่อ
ยืนยันการเคลือ่ นที่ของแผ่นทวีปต่าง ๆ ได้
ลักษณะการเคลื่อนที่ของแผ่ นธรณีภาค
1. ขอบแผ่ นธรณีภาคแยกออกจากกัน
้
ภาค ทําให้ เกิดรอยแตกแมกมาถ่ายเทความร้ อนสูช่ นเปลื
ั ้ อก
เกิดเนื่องจากการดันตัวของแมกมาในชันธรณี
โลกได้ แมกมาจึงมีอณ
ุ หภูมแิ ละความดันลดลง เกิดการทรุดตัวกลายเป็ น หุบเขาทรุ ดตัว ดังภาพ
หุบเขาทรุดตัวมีนํ ้าไหลมาสะสมเกิดเป็ นทะเลเป็ นร่องลึก แมกมาแทรกขึ ้นมา แผ่นธรณีภาคใต้ มหาสมุทร
เคลื่อนตัวแยกออกไป เกิดกระบวนการขยายตัวของพืน้ ทะเล ( sea floor spreding ) ปรากฏเป็ นเทือกเขา
กลางมหาสมุทร ดังภาพ
2. ขอบแผ่ นธรณีภาคเคลื่อนเข้ าหากัน
แนวที่แผ่นธรณีภาคชน หรื อ มุดซ้ อนกันเป็ นไปได้ 3 แบบ ดังนี ้
2.1 แผ่นธรณีภาคใต้ มหาสมุทรชนกับแผ่นธรณีภาคใต้ มหาสมุทร แผ่นหนึง่ มุดใต้ อีกแผ่นหนึง่
ปลายของแผ่นที่มดุ ลงจะหลอมตัว กลายเป็ นแมกมาปะทุขึ ้นมา กลายเป็ นภูเขาไฟกลางมหาสมุทร ดังภาพ
12
2.2 แผ่นธรณีภาคใต้ มหาสมุทรชนกับแผ่นธรณีภาคภาคพื ้นทวีป
เทือกเขาบนแผ่นธรณีภาคภาคพื ้นทวีป ดังภาพ
ทําให้ เกิดรอยคดโค้ งเป็ น
2.3 แผ่นธรณีภาค ภาคพื ้นทวีปชนกับแผ่นธรณีภาคภาคพื ้นทวีปและเกยกัน เกิดเป็ นเทือกเขาสูง
แนวยาวอยูใ่ นแผ่นธรณีภาค ภาคพื ้นทวีป ดังภาพ
13
3. ขอบแผ่ นธรณีภาคเคลื่อนที่ผ่านกัน
อัตราการเคลือ่ นตัวของแมกมาในชันเนื
้ ้อโลกไม่เท่ากัน
ทําให้ แผ่นธรณีภาคในแต่ละส่วนมีอตั ราการ
เคลื่อนที่ไม่เท่ากัน ทําให้ เปลือกโลกใต้ มหาสมุทรและบางส่วนของเทือกเขาใต้ มหาสมุทรเลื่อนผ่านกัน เกิดเป็ นรอย
้
บเทือกเขากลางมหาสมุทร หรื อ ร่องใต้
เลื่อนเฉือนสันเขากลางมหาสมุทร มีลกั ษณะเป็ นแนวรอยแตก ตังฉากกั
ทะเลลึก ดังภาพ