5. Industry Driving Forces หาข้อมูลเพือ ่ วิเคราะห์หาแรงผลักดัน (Industry Driving Forces) ของอุตสาหกรรมทีจ ่ ะเกิดขึน ้ ในอนาคต แรงผลักดันเหล่านีจ ้ ะทําการเปลีย ่ นแปลงการแข่งขันในอุตสาหกรรมไปอย่างไร มีโอกาสและอุปสรรคใดบ้าง Driving forces คือ ปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรม และ บรรยากาศการแข่งขัน การวิเคราะห์ Driving forces ประกอบด้วย 3 ขั้นตอน คือ 1. ระบุ Driving forces ของอุตสาหกรรม : Driving forces ที่แท้จริงซึ่งมีอิทธิพลมากพอที่จะกําหนดการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมใน 1-3 ปีขา้ งหน้า โดยควรมีไม่เกิน 3-4 ปัจจัย ตัวอย่างของ Driving forces ได้แก่ 2. ประเมินปัจจัยทีข ่ บ ั เคลือ ่ นการเปลีย ่ นแปลง : พิจารณาวา Driving forces ที่ระบุทําให้อุตสาหกรรมมีความน่าสนใจมากขึ้น หรือ ลดลง มีโอกาส และ อุปสรรคอย่างไร 3. กําหนดกลยุทธ์เพือ ่ รองรับการเปลีย ่ นแปลงทีก ่ าํ ลังจะเกิดขึน ้ สําหรับ Alternative Beverages เป็น Industry ที่อยู่ในภาพใหญ่ของ Food & Beverage ซึ่งจากการวิเคราะห์ General Environmental Factorsก่อนหน้านี้ ได้สรุป Driving forces ที่จะมีอิทธิพลในระยะ 1-3 ปีข้างหน้า ได้ 3 อย่างดังรายละเอียด 5.1 แรงผลักดันทางด้านสภาวะเศรษฐกิจ ภาพรวม Households Consumption และ ความน่าลงทุนของประเทศสหรัฐอเมริกา เทียบกับ Emerging Market จากข้อมูลสถานการณ์ตลาด Alternative Beverages ในปี 2009 พบว่าส่วนแบ่งตลาดใหญ่ที่สุด 3 ลําดับแรก ได้แก่ประเทศสหรัฐอเมริกา 42.3% รองลงมาเป็นกลุ่มประเทศ เอเชีย-แปซิฟก ิ 31.5% และ ยุโรป 22.2% ทําให้การวิเคราะห์ปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรม Alternative Beverages โดยเฉพาะในประเทศสหรัฐอเมริกามีความจําเป็น ซึ่งสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ รวมถึงปัจจัยทางเศรษฐกิจอื่นๆ ในช่วงปี 2008-2010 จะสามารถสะท้อนอนาคตหลังจากนี้ได้เป็นอย่างดีต่อความน่าดึงดูดในการลงทุนในป ระเทศสหรัฐอเมริกา Geographic Share of the Alternative Beverages Market,2009 Country Percentage United States 42.3% Asia-Pacific 31.5% Europe 22.2% America (excluding U.S.) 4.0% Total 100.0% SOURCE : Competition in Energy Drinks, Sport Drinks and Vitamin-Enhanced Beverage, Page C-20 โดยปกติแล้ว บริษัทต่างแสวงหาการลงทุนในประเทศที่เป็นตลาดใหญ่ และ มีศักยภาพในการเติบโต ทําให้พื้นฐานทางเศรษฐกิจเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลักที่ทําให้ประเทศนั้นๆดึงดูดการลง ทุนมากกว่าประเทศอืน ่ เพราะขนาดของตลาด และ ศักยภาพในการเติบโตจะเป็นเงื่อนไขสําคัญที่ทําให้บริษัทประสบความสําเร็จในการล งทุน ขนาดเศรษฐกิจของสหรัฐอมเริกาอยู่ในลําดับสูงสุดหลายปีต่อเนื่อง และยังคงรักษาความได้เปรียบบางอย่างเหนือประเทศอื่นๆไว้ได้ แต่ประเทศเศรษฐกิจใหม่ เช่น จีน อินเดีย บราซิล ก็กําลังพัฒนาพื้นฐานทางเศรษฐกิจเพื่อสร้างความน่าดึงดูดในการลงทุนเช่นเดียวกัน และ อาจจะดีกว่าสหรัฐอเมริกาในตัวชีว ้ ัดบางอย่าง ขนาดเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกาวัดด้วย Real GDP อยู่ที่ 12 ล้านล้านดอลล่าร์สหรัฐ ในปี 2008 ซึ่งใหญ่กว่าลําดับสองคือญี่ปน ุ่ ถึง 2 เท่า และมากกว่าจีนซึ่งมีขนาดเป็นอันดับสามของโลกถึง 4 เท่า ก่อนที่จะมีภาวะชะลอตัวทางเศรษฐกิจในสหรัฐอเมริกา จากวิกฤติการ Sub-prime สหรัฐอเมริกามีขนาดทางเศรษฐกิจด้วย Real GDP คิดเป็น 30% ของ Real GDP ของโลก มีการใช้จ่ายเพื่อการบริโภค รวมถึง ค่าใช้จ่ายสําหรับการทํา R&D คิดเป็น 1 ใน 3 ของโลก ในทัง้ 2 ประเภทการใช้จ่าย สหรัฐอเมริกาเป็นตลาดการบริโภคที่อยู่ในช่วง Mature market ซึ่งการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจก่อนหน้านีเ้ ป็นผลมาจากคนในรุน ่ Baby Boomer ที่มีอิทธิพลอย่างมากในช่วงทศวรรษสุดท้ายของศตวรรษที่ 20 โดย Generation ดังกล่าวกําลังทะยอยเข้าสู่วัยเกษียรอายุการทํางาน อันเป็นช่วงเวลาเดียวกันกับที่สหรัฐอเมริกากําลังเข้าสู่ยุคใหม่ทก ี่ ารบริโภคปรับตัวลด ลง ด้วยวิถีทางของครัวเรือนสหรัฐอเมริกามีทิศทางในการประหยัดมากขึ้นจากสถานการ ณ์วิกฤติเศษฐกิจ Sub-prime และนําไปสูแ ่ นวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ลดลงเมื่อเทียบกับในอดีต แต่กระนั้นในอนาคตต่อจากนี้อมเริกาก็จะยังคงสามารถรักษาความเป็นประเทศที่มีเศร ษฐกิจขนาดใหญ่ที่สุดในโลกต่อไปได้ เพราะด้วยอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจทีป ่ ระเทศอื่นๆทําได้ ยกตัวอย่างจีนที่มีอัตราการเติบโตสูงที่สด ุ ก็จะต้องใช้เวลาอย่างน้อย 16 ปีถึงจะมีขนาดเศรษฐกิจเท่ากับ GDP ของประเทศสหรัฐอเมริกาในปี 2008 และ ใช้เวลา 24 ปี ในการจะมี GDP per Capita เท่ากับประเทศสหรัฐอเมริกาในปี 2008 ภาพที่ 5.1.1 SOURCE : McKinsey Global Institute “Growth and competitiveness in the United states : The role of its multinational company” ( June 2010 : page 39 ) อัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจเป็นสิ่งทีท ่ ําให้ประเทศกลุ่ม Emerging market ดึงดูดต่อการลงทุนของบริษัทต่างๆ ดังจะเห็นได้จากการเติบโตของ GDP ระหว่างสหรัฐอเมริกาและประเทศกลุ่มนี้ ซึง่ แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด โดยสหรัฐอเมริกามีอต ั ราการติบโตของ GDP เฉลี่ยต่อปีระหว่างปี 1995-2008 เพียง 2.9% ต่อปี ขณะที่ประเทศกลุม ่ Emerging market มีอต ั ราการติบโตของ GDP เฉลี่ยที่สูงกว่า เช่น จีน ( 9.6% ต่อปี ) อินเดีย ( 6.9% ต่อปี ) รัสเซีย ( 4.7% ต่อปี ) รวมถึงเมื่อพิจารณาจากการเติบโตของการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคของ ประเทศกลุ่ม Emerging market ก็สูงกว่าสหรัฐอเมริกา เช่น จีนมีอต ั ราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี ระหว่างปี 1995-2008 สูงถึง 7.2% ต่อปี รัซเซียอยู่ที่ 6.7% และ อินเดีย 5.1% ขณะที่สหรัฐอเมริกาอยู่ที่ 3.3% น้อยกว่าจีน 2 เท่า ในปี 2006 การใช้จ่ายเพื่อการบริโภคของครัวเรือนบราซิลคิดเป็น 60% ของ GDP ประเทศ ซึ่งเป็นสัดส่วนที่มากที่สุดเมื่อเทียบกันเฉพาะกลุ่มประเทศ BRIC McKinsey Global Institute analysis คาดการณ์ว่าในปี 2020 ชนชั้นกลางในประเทศอินเดีย และ จีนจะมีการขยายตัวเป็น 800 ล้านคน โดยคนกลุ่มนี้จะมีการใช้จ่ายเกือบ 3 ล้านล้านดอลล่าร์สหรัฐ (หลังปรับฐานเงินเฟ้อ) รวมไปถึงประเทศกําลังพัฒนาอื่นๆ ก็มีแนวโน้มจะเติบโตในทิศทางเดียวกัน ถึงแม้ว่ามูลค่าการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคต่อประชากร จะยังอยู่ในระดับต่าํ แต่กลุ่มประเทศเหล่านีจ ้ ะเป็นหมุดหมายสําคัญสําหรับบริษัทข้ามชาติจากสหรัฐอเมริก าในอนาคต ภาพที่ 5.1.2 SOURCE : McKinsey Global Institute “Growth and competitiveness in the United states : The role of its multinational company” ( June 2010 : page 40 ) นอกจากนี้ จากสถานกาณ์การบริโภค และ การลงทุนในตลาดหสังหาริมทรัพย์ของสหรัฐอเมริกาในช่วงก่อนเกิดวิกฤติการณ์ Sub-prime ยังแสดงให้เห็นถึงสถานการณ์หนี้ต่อรายได้ โดยเฉพาะประชากรกลุ่มรายได้ปานกลาง คือ ลําดับที่ 40-90 ( รายได้สูงสุดคือลําดับ 1 และ ต่ําสุดคือลําดับ 100 ) มีการเปลี่ยนแปลง ของหนี้ต่อรายได้ในสัดส่วนที่สูงที่สุด แต่ก็เป็นกลุม ่ ที่มีสัดส่วนการชําระหนี้สูงเช่นกัน เพื่อรักษาเครดิตต่อไป ขระทีก ่ ลุ่มประชากรทีม ่ ีรายได้ลําดับที่ 90-100 มีอัตราการชําระหนี้ในระดับต่ําที่สุด ภาพที่ 5.1.3 SOURCE : McKinsey Global Institute “Debt and deleveraging : The global credit bubble and its economic consequences” ( January 2010 : page 25 ) ภาพที่ 5.1.4 Population growth (annual %) - United States and World SOURCE : https://data.worldbank.org/ โอกาส : ตลาดในประเทศสหรัฐอเมริกาที่ค่อนข้างอิม ่ ตัว และ อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจทีต ่ ่ํา เมื่อเทียบกับประเทศกลุ่ม emerging market ใหญ่ๆ เช่น จีน รัสเซีย บราซิล รวมถึงแนวโน้มการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคของกลุ่มประเทศเหล่านี้ที่ดีในอนาคต เป็นโอกาสดีทผ ี่ ู้ประกอบการสินค้ากลุ่ม Alternative Beverages จะขยายการลงทุนไปในประเทศเหล่านี้มากขึ้น อุปสรรค : จากภาพรวมสถานการณ์ทางเศรษฐกิจในประเทศสหรัฐอเมริกา ถึงแม้จะมีขนาดเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในโลก และจะยังต่อเนื่องอีกหลายปีต่อจากปี 2010 แต่อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจก็อยู่ในอัตราทีต ่ ่ํา การเติบโตของการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคของครัวเรือนสหรัฐอเมริกาอยู่ที่ 3.3% ซึ่งถือว่าน้อยกว่ากลุ่มประเทศ emerging market นอกจากนี้ หนี้ครัวเรือนต่อรายได้ของกลุ่มรายได้ปานกลางในสหรัฐอเมริกาก็มีสัดส่วนที่สูงขึ้นอ ย่างชัดเจน ส่งผลให้มก ี าร saving มากขึ้น เช่นนี้จะส่งผลต่อภาพรวมการอุปโภคบริโภค และ ส่งผลต่อการใช้จ่ายในตลาด beverage ที่จะทําให้การเติบโตภาพรวมตลาดอยู่ในระดับต่ําเช่นเดียวกัน ตาราง 5.1 : ตารางสรุปโอกาสและอุปสรรคจากแรงผลักดันทางด้านสภาวะเศรษฐกิจ และ ความดึงดูดในการลงทุนของประเทศสหรัฐอเมริกา หัวข้อ ผลกระทบ ด้านต่างๆ รายละเอียด ที่สง่ ผลกระท ( โอกาส หรืออุปส 1 Driving forces ต่ออํานาจการต่อรองของผูท ้ เี่ กีย ่ วข้องในอุตสาหกรรม ผู้บริโภคมีโอกาสเลือกบริโภคมากขึ้นจาก ทําให้ผู้บริโภคมีอํานาจต่อรองมากขึ้น 2 Driving forces ต่ออุปสงค์ของสินค้า 3 Driving forces ต่อความรุนแรงของการแข่งขันในอุตสาหกรรม อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจต่ํา แล จะส่งผลให้ความรุนแรงในการแข่งขันสํา 4 Driving forces ต่อความสามารถในการทํากําไรของอุตสาหกรรม การแข่งขันสํา หรั บอุ ต สหกรรมที่ สูง ข และ การทํ า กิ จ กรรมตลาดที่ เ ข้ ม ข้ น ข ทําให้ความสามารถในการทํากําไรลดลง Demand ในการบริ โ ภคมวลรวมใน และจะส่ ง ผลกระทบชั ด เจนกว่ า สํ า หรั เป็นคุณภาพสูง ราคาสูง 5.2 แรงผลักดันทางด้านพฤติกรรมการบริโภคเพือ ่ สุขภาพ Fruit Beverage และ Carbornated soft drink ถือเป็นเครื่องดื่มหลักของผู้บริโภที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปจากการสํารวจ ซึ่งระหว่างปี 2004-2005 จากผลสํารวจประชากร 24,136 คน มีถึง 90% ที่ดื่ม Fruit Beverage และ 89% ที่ดม ื่ Carbornated soft drink ในขณะที่ Alternative drink อย่าง Energy drinks มีสัดส่วนเพียง 11% ของผู้สาํ รวจเท่านั้น แต่แนวโน้มพฤติกรรมของผู้บริโภคได้เปลี่ยนแปลงไป โดยในปี 2008-2009 จากผลสํารวจประชากร 25,318 คน มีสัดส่วนประชากรเป็น 15% ที่ดื่ม Energy drinks ขณะที่สัดส่วนประชากรที่ดื่ม Carbornated soft drink ลดลงเหลือ 85% เป็นเครื่องดื่ม 2 ประเภททีม ่ ก ี ารเปลี่ยนแปลงทั้งในทางบวกและทางลบมากที่สุด เมื่อเปรียบเทียบใน 2 ช่วงเวลา (ภาพที่ 5.2.1) ทั้งนี้อาจเป็นผลจากผูบ ้ ริโภคสนใจสุขภาพมากขึ้น จึงพยายามเปลีย ่ นจาก Carbornated soft drink หรือ Fruit Beverage ที่มี Calorie สูง เป็น Alternative drink ที่ดีต่อสุขภาพมากขึ้น ภาพที่ 5.2.1 Trends in Personal Consumption in United states, May 2004-June 2009 SOURCE : Breaking Down the Chain :A Guide to the soft drink Industry ภาพที่ 5.2.2 Segmentation of the Beverage Industry SOURCE : Breaking Down the Chain :A Guide to the soft drink Industry กลุ่มเป้าหมายทางการตลาดของ Functional beverages หรือ Alternative beverages ที่นําเสนอเรื่องประโยชน์ต่อสุขภาพ เสริมวิตามินและแร่ธาตุ คือ กลุ่มประชากรอายุ 18-44 ปี ซึ่งบริโภคเครื่องดื่มประเภทนี้เป็น 2 เท่าของกลุ่มคนที่อายุ 55-74 ปี แต่สําหรับคนสูงอายุกลุ่มนี้ที่สนใจสุขภาพและคัดสรรการบริโภคมากขึ้น ก็มีโอกาสที่ตลาดจะเติบโตขึ้นได้ โดยเครื่องดืมประเภทนี้วางตัวเป็นเครื่องดื่มที่ราคาสูงกว่า Soft drink ประเภทอื่น เหมาะสมกับกลุ่มประชากรที่มรี ายได้ปานกลางขึ้นไปมากกว่ากลุม ่ ประชากรรายได้ตา่ํ ขณะที่ Functional beverages ประเภทที่เป็น energy drink มีเป้าหมายการตลาดอยู่ที่ผช ู้ ายอายุ 18-24 ปี ซึ่งกลุ่มเป้าหมายนีก ้ ็มอ ี ัตราการเติบโตที่ไม่สงู นักระหว่างปี 2007-2009 โดยกลุ่มเป้าหมายลําดับต่อมาของ energy drink คือ วัยนักศึกษามหาวิทยยาลัยทั้งเพศหญิง และ เพศชาย ซึ่งมีสัญญาณการเติบโตในอนาคต โดยเฉพาะกลุ่มนักศึกษาหญิงผิวขาว ซึ่งคาดว่าบริโภค energy drink ทดแทนการดื่มกาแฟในอดีต นอกจากนี้ เมื่อพิจารณา % การใช้จ่ายเพือ ่ สุขภาพของประชากรสหรัฐอเมริกา ต่อ GDP ระหว่างปี 2000-2010 เพิ่มขึ้นจาก 12.5% ในปี 2000 เป็น 16.3% ในปี 2010 มีอัตราส่วนของการเติบโตที่สูงกว่าของประชากรโลก ซึ่งเพิม ่ ขึ้นจาก 8.7% ในปี 2000 เป็น 9.6% ในปี 2010 (ดังภาพ 5.2.3) ภาพที่ 5.2.3 Current health expenditure (% of GDP) - United States, World โอกาส : ประชากรสหรัฐอเมริกามีความสนใจในการบริโภคผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพมากขึ้ น เห็นได้จากการลดการบริโภคเครื่องดื่มที่มแ ี คลอรี่สูงอย่าง Carbornated soft drink ลง รวมถึงมีสัดส่วนการใช้จ่ายเพื่อผลิตภัณฑ์สุขภาพมากขึน ้ เป็นการเติบโตที่มากกว่าของประชากรโลก จึงเป็นโอกาสดีสําหรับ Alternative drink ที่จะนําเสนอประโยชน์ที่มากกว่าเครื่องดื่มประเภทอื่น ส่วนแบ่งการตลาดจะเพิ่มสูงขึ้นทดแทนเครื่องดื่มประเภทแคลอรี่สูง กลุ่มเป้าหมายของ Alternative drink คือ ความหลากหลาย ด้วยการนําเสนอ Function ที่แตกต่างจากของ beverage ประเภทอื่น จะทําให้สามารถเจาะกลุ่มตลาดใหม่ๆได้เพิ่มขึ้น ตัวอย่างเช่น กลุ่มผู้สูงอายุที่ต้องคัดสรรการบริโภคมากขึน ้ หรือ กลุ่มผู้หญิงที่ไม่ต้องการดื่มกาแฟ แต่ยังต้องการความกระตือรือร้นยู่ อุปสรรค : Alternative drink คือ ความหลากหลาย อาจเป็นอุปสรรคต่อู้ประกอบการที่ต้องการทํา mass production ทีม ่ ท ี างเลือกน้อย เมื่อต้องทําเครื่องดื่มหลากหลายรูปแบบ อาจทําให้ต้นทุนการผลิตต การจัดหว่างเพื่อจําหน่ายเพิ่มขึ้นได้ ตาราง 5.2 : ตารางสรุปโอกาสและอุปสรรคจากแรงผลักดันทางด้านพฤติกรรมการบริโภคเพือ ่ สุขภ าพ หัวข้อ ผลกระทบ ด้านต่างๆ (โ 1 ผู้บริโภคมีทางเลือกที่หลากหลายมากขึ้น Driving forces ต่ออํานาจการต่อรองของผูท ้ เี่ กีย ่ วข้องในอุตสาหกรรม 2 Driving forces ต่ออุปสงค์ของสินค้า ความต้องการสินค้าประเภท Functional เปลี่ยนจากเครื่องดื่มที่มีแคลอรี่สูง 3 Driving forces ต่อความรุนแรงของการแข่งขันในอุตสาหกรรม ผู้ประกอบการจะแข่งขันกันมากขึ้นเพื่อนํา ทําให้ความรุนแรงในการแข่งขันเพิ่มขึ้น 4 Driving forces ต่อความสามารถในการทํากําไรของอุตสาหกรรม เนื่ อ งจากผู้ บ ริ โ ภคมี ห ลากหลายกลุ่ ม แล การผลิตที่หลากหลายในปริมาณที่ลดลงจ 5.3 แรงผลักดันทางด้าน Big Data & Supply chain SOURCE : McKinsey Global Institute “Game changers: Five opportunities for US growth and renewal (July 2013 : page 71) SOURCE : McKinsey Global Institute “Game changers: Five opportunities for US growth and renewal (July 2013 : page 75) โอกาส อุปสรรค ตาราง 5.2: ตารางสรุปโอกาสและอุปสรรคจากแรงผลักดันทางดา้น หัวข้อ ผลกระทบ ด้านต่างๆ รายละเอียด ทิศทางของผลกร ทีส ่ ง่ ผลกระทบ ( โอกาส หรืออุปสรรค ) 1 Driving forces ต่ออํานาจการต่อรองของผูท ้ เี่ กีย ่ วข้องในอุตสาหกรรม 2 Driving forces ต่ออุปสงค์ของสินค้า 3 Driving forces ต่อความรุนแรงของการแข่งขันในอุตสาหกรรม 4 Driving forces ต่อความสามารถในการทํากําไรของอุตสาหกรรม 5.4 แรงผลักดันทางด้าน Resource SOURCE : McKinsey Global Institute “Resource Revolution : Meeting the World’s energy , material, food , and water needs (November 2011 : page 25) ความต้องการทรัพยากรเพื่อดํารงชีวิตอยู่ในการเติบโตสูงตามประชากร SOURCE : McKinsey Global Institute “Resource Revolution : Meeting the World’s energy , material, food , and water needs (November 2011 : page 35) โอกาส อุปสรรค
0
You can add this document to your study collection(s)
Sign in Available only to authorized usersYou can add this document to your saved list
Sign in Available only to authorized users(For complaints, use another form )